วิธีกู้เงินกับธกส(ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร)

วิธีกู้เงินกับธกส.(ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร)

วิธีกู้เงินกับธกส

ธกส.จะมีแพลนสินเชื่อให้ลูกค้ามากมายทั้งในนามบุคคล นามกลุ่มเกษตรกร และห้างร้าน อาทิเช่น สินเชื่อเพื่อจัดหาเครื่องจักรกล   , สินเชื่อ 108อาชีพ  , สินเชื่อ Smart Farmer เป็นต้น ซื่งในแต่ละแพลนก็จะมีเงื่อนไขปลีกย่อยแตกต่างกันออกไป

สำหรับการกู้เงินกับธกส.ครั้งแรกจะค่อนข้างยุ่งยากหน่อยนะครับ เพราะทางธนาคารยังไม่ทราบประวัติของท่าน จะต้องกลั่นกรองว่าท่านเป็นเกษตรกรจริงๆรึเปล่า ใช้เงินไปลงทุนเกี่ยวกับการเกษตรจริงๆรึเปล่า ส่วนท่านที่เคยกู้มาก่อนหน้านี้แล้ว(ใช้หนี้หมดแล้ว) ครั้งต่อไปก็จะง่ายขึ้นตามลำดับ แถมยังอาจจะได้รับดอกเบี้ยที่ต่ำลงด้วยครับ

ก่อนที่ท่านจะสามารถกู้เงินกับ ธกส.ได้ ท่านต้องสมัครสมาชิกกับทางธนาคารก่อนนะครับ โดยต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
  • เป็นเกษตรกรที่มีความเชี่ยวชาญหรือได้รับการฝึกอบรมในการเกษตรมาบ้างตามสมควร
  • มีถิ่นที่อยู่และประกอบอาชีพการเกษตรส่วนใหญ่ในท้องที่ดำเนินงานของสาขา ซึ่งตนขอขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้ามาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • เป็นผู้ก่อให้เกิดผลิตผลการเกษตรเพื่อขายในปีหนึ่งๆ เป็นมูลค่าพอสมควร หรือพอจะมีลู่ทางจะปรับปรุงการเกษตรให้มีรายได้เพียงพอต่อการชำระหนี้
  • เป็นผู้ที่ความซื่อสัตย์ สุจริต ขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ และมีความประหยัดมัธยัสถ์
  • ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือมีหนี้สิ้นล้นพ้นตัว

เอกสารที่ต้องการใช้ : สำเนาทะเบียนบ้าน   บัตรประจำตัวประชาชน   ใบทะเบียนสมรส ( ถ้าสมรสแล้ว)  หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินของตนเอง และคู่สมรส

โดยสามารถไปติดต่อยื่นสมัครได้ที่ธกส.หน่วยประจำอำเภอ สาชาย่อย  สาขาประจำอำเภอ  และสาขาระดับจังหวัด ในการยื่นสมัครจะสามารถทำได้ 3 ลักษณะดังนี้
1. จัดตั้งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยการรวมผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามที่ธนาคารกำหนด ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
2. เข้าร่วมสมทบกลุ่มลูกค้าเดิม โดยติดต่อหัวหน้ากลุ่มลูกค้าเดิมเพื่อรับเพิ่มเข้ากลุ่ม
3. เข้าโดยไม่สังกัดกลุ่มซึ่งการกู้เงินต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเท่านั้น

หลังจากที่ท่านสมัครสมาชิกกับทางธกส.ไม่น้อยกว่า 1 ปี ท่านก็จะสามารถยื่นเรื่องขอกู้เงินได้(แนะนำให้เกษตรกรทุกท่านไปสมัครสมาชิกไว้ก่อน เผื่อมีเหตุอันจำเป็นต้องใช้เงินครับ)

โดยแพลนเงินกู้ก็จะมีทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ดังนี้

— เงินกู้ระยะสั้น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานการเกษตร เช่น ปุ๋ย พันธ์พืช ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน กรณีพิเศษไม่เกิน 18 เดือน

–  เงินกู้ระยะปานกลาง เพื่อลงทุนในสินทรัพย์การเกษตร เช่น ซื้อทีดินเกษตร ลงทุนทำสวน ซื้อหรือสร้าง หรือปรับปรุงบ้าน กำหนดชำระหนี้เป็นรายงวด ปกติภายใน 3 ปี กรณีพิเศษไม่เกิน 5 ปี

– เงินกู้ระยะยาวเพื่อชำระหนี้สินเดิม เช่น เพื่อไถ่หรือรับโอนคืนหรือซื้อคืนทีดิน ซื่งเดิมเป็นของตนหรือของคู่สมรสหรือบุตร หรือเป็นของบิดามารดา เป็นต้น กำหนดชำระคืนเป็นรายงวด ปกติภายใน ๑๐ ปี กรณีพิเศษไม่เกิน ๑๒ ปี

สำหรับระยะการกู้เงินจะมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกขึ้นอยู่กับลักษณะผลผลิตของสวนของท่านด้วย ส่วนเรื่องอัตราการการคิดดอกเบี้ยนั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของสินเชื่อ หลักทรัพย์ค้ำประกัน ตลอดจนถึงเงื่อนๆขอื่นๆของธนาคารด้วยครับ ซื่งถ้าหากนำเงินไปใช้ในภาคการเกษตรจะได้รับดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ

 

http://www.mygreengardens.com/การเกษตร/วิธีและหลักการกู้เงินจ/

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=34261.0

http://www.baac.or.th/content-product.php?content_id=012382&content_group_sub=0002&content_group=0004&inside=1

  

facebook comments:

หมวดหมู่สินเชื่อ
ป้ายกำกับ
กสิกรไทย กู้เงิน กู้เงินซื้อบ้าน กู้เงินซื้อรถ กู้เงินลงทุน ขอสินเชื่อ ซื้อบ้าน ธ.ก.ส. ธกส. ธนาคารทิสโก้ ธนาคารธนชาต ธนาคารยูโอบี ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ธอส น้ำท่วม บัตรเครดิต ปลดหนี้ สัญญาเงินกู้ สินเชื่อ สินเชื่อ SME สินเชื่อกรุงไทย สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ สินเชื่อรถมือสอง สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเงินกู้ สินเชื่อเงินกู้บ้าน สินเชื่อเงินสด สินเชื่อไทยพาณิชย์ สินเชื่อไม่มีคนค้ำ หนี้บัตรเครดิต อยากกู้เงินซื้อบ้าน เครดิตบูโร เงินกู้ เงินกู้นอกระบบ เงินกู้บ้าน เงินกู้ส่วนบุคคล เช่าซื้อรถยนต์ แหล่งเงินกู้ โอนหนี้ ไทยพาณิชย์