จะขอสินเชื่อแต่ติดเครดิตบูโรจะทําอย่างไร

จะขอสินเชื่อแต่ติดเครดิตบูโรจะทําอย่างไร

ติดเครดิตบูโรจะทําอย่างไร

ติดเครดิตบูโรจะทําอย่างไร

มีหลายท่านที่ต้องการจะขอกู้เงิน ไม่ว่าจะนำไปซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือจะขอกู้เงินไปทำอะไรก็ตาม แต่ต้องมาประสบปัญหาติดแบ็กลิสต์เครดิตบูโร เพราะทุกธนาคาร ทุกสถาบันการเงิน ต้องมีหน้าที่คอยส่งข้อมูลเครดิตของเราให้กับ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ดังนั้นถ้าหากเรามีประวัติการชำระหนี้ไม่ดี ศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ก็จะทราบข้อมูลของเราทั้งหมด ทำให้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน

ซื่งถ้าหากประวัติของเราเสีย หรือติดแบคลิสก์ โดยที่เราไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่เกิดจากความผิดพลาดของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ที่ไม่ตรวจสอบรายงานก่อนทำการส่งข้อมูลเครดิตให้ดีก่อน เช่น

  • กรณีที่ลูกหนี้ชำระหนี้หมดแล้ว แต่การปฏิบัติการส่งข้อมูลเครดิตผิดพลาด
  • กรณีถูกปลอมเอกสารเพื่อขอสินเชื่อ
  • กรณีถูกปลอมเอกสารในการสมัครบัตรเครดิต
  • กรณีถูกขโมยข้อมูลของบัตรเครดิต

ซึ่งถ้าเกิดปัญหาดังกล่าว ก็ต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายป้องกันทุจริตของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ที่จะต้องประสานงานเพื่อยับยั้งการส่งข้อมูลเครดิตที่ไม่ถูกต้อง หรือที่เรียกกันในวงการธนาคารว่า Dispute Transaction คือ มีการตั้งยอดมูลหนี้ที่เกิดจากการทุจริต เพื่อการตรวจสอบจนกว่าจะตรวจสอบเสร็จสิ้น ตามธรรมเนียมปฏิบัติจะไม่มีการคิดดอกเบี้ย และไม่นำยอดดังกล่าวมาลดจำนวนวงเงินเครดิตลูกค้า

ซื่งถ้าหากท่านตรวจสอบแล้วเห็นว่าท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการส่งข้อมูลเครดิตของธนาคารหรือสถาบันการเงิน เราสามารถโต้แย้งได้โดยตรงและสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ทั้งทางแพ่งและอาญา แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีผู้บริโภคคนใดขอฟ้องร้องดำเนินคดีกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพราะคนไทยชอบคิดไปเองว่าเค้าใหญ่กว่าเราสู้ไม่ได้หรอก นั่นเป็นเหตุผลที่คนไทยมักอยู่ในมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนที่ต่ำมาก เพราะทุกคนไม่รู้สิทธิ์ของตนเอง หรือรู้สิทธิ์ของตัวเองดีแต่ไม่กล้าดำเนินการใดๆ

แต่สำหรับท่านที่ผิดจริงๆ เช่น มีการผิดนัดชำระหนี้ ไม่จ่ายค่างวด เป็นต้น ก็ยังพอมีทางแก้คือ ท่านต้องไปชำระหนี้ที่ค้างไว้ทั้งหมด แต่ชีวิตไม่ง่ายขนาดที่ว่าจ่ายหมดแล้วจะคลีนเลย เพราะถ้าหากท่านถูกส่งข้อมูลเครดิตบูโรแล้ว ตามกฎหมายข้อมูลของท่านจะคงอยู่ในระบบไปอีก 3 ปี ซื่งสามปีนี้จะมีข้อมูลการชำระหนี้ของท่านทั้งหมด(ข้อมูลใหม่จะแทนข้อมูลเก่าไปเรื่อยๆ)  คราวนี้ต้องเป็นหน้าที่ของท่านแล้วครับ ว่าจะมีพฤติกรรมการชำระหนี้เป็นแบบไหน ถ้าทางสถาบันการเงินเห็นว่าระยะหลังๆมาท่านตรงต่อเวลาในการชำระหนี้ ถึงแม้จะเคยมีประวัติในเครดิตบูโรก็สามารถขอสินเชื่อผ่านได้ครับ แต่ถ้าให้ชัวร์ก็ต้องรอข้อมูลลบไปในอีกสามปีข้างหน้าครับ

อ้างอิงเนื้อหาจาก
http://www.oknation.net/blog/peopletribune/2010/02/18/entry-1
http://www.ncb.co.th/faq.htm

เนื้อหาเกี่ยวกับสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง